ถังดับเพลิงมีกี่แบบ? ใช้ดับไฟประเภทไหนบ้าง?

ถังดับเพลิง

ถังดับเพลิงคืออะไร?

ถังดับเพลิง เป็นอุปกรณ์พื้นฐานที่มีความสำคัญในการระงับเหตุเพลิงไหม้เบื้องต้น ก่อนที่เพลิงจะลุกลามสร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สิน ถังดับเพลิงถูกออกแบบมาเพื่อให้สามารถใช้งานได้สะดวกรวดเร็วในสถานการณ์ฉุกเฉิน และถือเป็นสิ่งจำเป็นที่ควรมีติดตั้งไว้ในอาคาร บ้านพักอาศัย โรงงานอุตสาหกรรม ตลอดจนในยานพาหนะประเภทต่าง ๆ

ชนิดของถังดับเพลิง (Extinguisher Types)

การใช้ถังดับเพลิงเราจะต้องเลือกใช้ให้ถูกกับประเภทของไฟด้วย ซึ่งถังดับเพลิงมีหลายประเภทที่ออกแบบมาเพื่อดับไฟชนิดต่างๆ เช่น

  1. ถังดับเพลิงชนิดผงเคมีแห้ง (Dry Chemical) สามารถดับไฟได้เกือบทุกประเภท A B C ยกเว้น CLASS K ราคาถูก หาซื้อง่าย แต่มีข้อเสียคือเมื่อฉีดออกมาจะฟุ้งกระจาย และเมื่อเราทำการฉีดแล้วจะฉีดจนหมดหรือไม่หมดถัง แรงดันจะตก ไม่สามารถใช้งานได้อีก ต้องส่งอัดบรรจุใหม่ทันที
  2. ถังดับเพลิงชนิดน้ำยาเหลวระเหย สามารถดับไฟได้เกือบทุกประเภท A B C ยกเว้น CLASS K ราคาถูกกว่าฮาโรตรอน หาซื้อง่าย เมื่อฉีดใช้งานจะไม่ทิ้งคราบสกปรก ไม่ทำลายอุปกรณ์ไฟฟ้าเสียหาย และไม่ทำให้สกปรกในบริเวณ ที่ใช้งาน ถังสีเขียว เหมาะกับ พื้นที่ที่เน้นความสะอาด เช่นอาคาร สำนักงาน โรงพยาบาล ห้องคอมพิวเตอร์ เป็นต้น
  3. ถังดับเพลิงชนิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) สารเคมีภายในบรรจุก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ก๊าซที่ฉีดออกมาจะเป็นไอเย็นจัด คล้ายน้ำแข็งแห้ง ลดความร้อนของไฟได้ ไม่ทิ้งคราบสกปรก สามารถดับไฟได้ประเภท B C เหมาะสำหรับ การใช้งานในห้องเครื่องจักร Line การผลิต อุตสาหกรรมอาหาร ถังสีแดง ปลายกระบอกฉีดจะใหญ่เป็นพิเศษ
  4. ถังดับเพลิงชนิดโฟม สารเคมีภายในบรรจุโฟม เมื่อฉีดออกมาจะเป็นฟองโฟมคลุมผิวเชื้อเพลิงที่ลุกไหม้ จึงสามารถดับไฟได้ประเภท A B แต่ไม่สามารถนำไปดับไฟประเภท C ได้เพราะเป็นสื่อนำไฟฟ้า เหมาะสำหรับภาคอุตสาหกรรม ดับเชื้อเพลิงประเภททินเนอร์ และสารระเหยติดไฟ
  5. ถังดับเพลิงแสตนเลส ชนิดสูตรเคมีน้ำ เป็นสารทดแทนสารฮาล่อน 1211 ได้ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Non-CFC) ดับไฟ Class A B C และ K ได้ ผ่านการทดสอบและรับรองประสิทธิภาพในการดับเพลิง Fire Rating 10A20B สำหรับขนาด 10ปอนด์ และ 10A40B สำหรับขนาด 15ปอนด์ โดย สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (TISTR) ไม่บดบังทัศนวิสัยขณะฉีดใช้งาน เนื่องจากไม่เป็นฝุ่นละออง ปลอดภัยสำหรับฉีดใช้งานกับอุปกรณ์ ไฟฟ้า และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

ประเภทของไฟ (Fire Classes)

  1. Class A คือ เพลิงที่ไหม้ที่เกิดจากเชื้อเพลิงของแข็ง เช่น ไม้ ผ้า กระดาษ ปอ นุ่น ยาง พลาสติก
  2. Class B คือ เพลิงที่ไหม้ในของเหลวติดไฟและก๊าซติดไฟ เช่น น้ำมัน ก๊าซหุงต้ม จาระบี
  3. Class C คือ เพลิงที่ไหม้จากอุปกรณ์ไฟฟ้า ที่มีกระแสไฟฟ้าไหลอยู่ เช่น ไฟฟ้าลัดวงจร
  4. Class D คือ ประเภทวัตถุของแข็งหรือโลหะไวไฟ เช่น ไตตาเนียม แมกนีเซียมสำหรับแมกนีเซียมห้ามใช้น้ำดับเด็ดขาด ต้องใช้เกลือแกงหรือทราย
  5. Class K คือ เพลิงไหม้ที่เกิดจากน้ำมันที่ใช้ประกอบอาหาร ไขมันสัตว์

หลักการเลือกใช้ถังดับเพลิง

การเลือกใช้ถังดับเพลิงอย่างถูกต้องควรคำนึงถึงประเภทของความเสี่ยงที่มีในสถานที่นั้น ๆ ตัวอย่างเช่น ในสำนักงานที่มีความเสี่ยงจากอุปกรณ์ไฟฟ้า ควรใช้ถังชนิดก๊าซ CO₂ หรือผงเคมีแห้ง ในขณะที่ร้านอาหารหรือห้องครัวควรมีถังโฟม หรือถังผงเคมีแห้งที่เหมาะกับการดับเพลิงจากน้ำมัน ฯลฯ

นอกจากนี้ ควรคำนึงถึงขนาดของถังให้เหมาะสมกับพื้นที่ และความสามารถในการขนย้ายนำไปใช้งานเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน และผู้ใช้ควรได้รับการฝึกอบรมวิธีการใช้งานที่ถูกต้อง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดับเพลิงและลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้ผิดวิธี

วิธีการตรวจสอบถังดับเพลิง ให้พร้อมใช้งานได้ใน 3 ขั้นตอน

การตรวจสอบถังดับเพลิงให้พร้อมใช้งานมีความสำคัญเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมต่อเหตุเพลิงไหม้ และความปลอดภัยในสถานที่ทำงาน หรือ อาคาร บ้านเรือน การตรวจสอบถังดับเพลิงควรตรวจสอบอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง เพื่อให้มั่นใจว่าถังดับเพลิงจะสามารถใช้งานได้ทันทีเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน วิธีตรวจสอบถังดับเพลิงมีดังนี้

  1. ตรวจใบกำกับการตรวจสอบของบริษัทผู้ผลิตหรือบริษัทผู้ให้บริการ
  2. ตรวจสอบมาตรวัดแรงดันต้องอยู่ในตำแหน่งพร้อมใช้งาน
  3. ตรวจสอบน้ำหนักสุทธิของถังดับเพลิงต้องพร้อมใช้งาน ใช้ในกรณีเครื่องดับเพลิงเป็นชนิดที่ไม่มีมาตรวัดแรงดัน เช่น เครื่องดับเพลิงชนิดแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2)

4 ขั้นตอนการใช้งานถังดับเพลิง

  1. ดึง สลักนิรภัย เพื่อปลดล็อควาล์วที่หัวถัง
  2. ปลด ทำการปลดสายฉีดจากที่เก็บ
  3. กด ทำการกดคันบีบของถังดับเพลิง เพื่อทำการฉีดสารเคมีออกมาพร้อมจับปลายสายให้แน่น
  4. ส่าย โดยยืนห่างจากต้นเพลิง 2-4 เมตร ด้านเหนือลม พร้อมฉีดไปที่ฐานของไฟ และส่ายสายฉีดไปมาซ้าย-ขาว จนไฟดับสนิท

โดยจะต้องจัดให้มีการฝึกอบรมการใช้ถังดับเพลิงอย่างถูกต้อง และฝึกซ้อมแผนอพยพหนีไฟตามกฎหมายอย่างน้อย 1 ครั้งต่อปี เพื่อป้องกันการเกิดเพลิงไหม้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สรุป

ถังดับเพลิงเป็นอุปกรณ์ที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในการควบคุมสถานการณ์ฉุกเฉินเบื้องต้น การเลือกถังให้เหมาะสมกับประเภทของความเสี่ยง การบำรุงรักษาอย่างสม่ำเสมอ และการฝึกฝนการใช้งานอย่างถูกต้อง ล้วนเป็นปัจจัยที่ช่วยเสริมสร้างความปลอดภัยให้กับชีวิตและทรัพย์สินได้อย่างยั่งยืน